|
ตะลุยข่าว : ปมบุกยิง"พระขี่ม้า"ขวางฮุบที่ป่า100ไร่ ปมบุกยิงเจ้าอาวาสวัด "พระขี่ม้า อันซีนไทยแลนด์" เผย ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม และเสนอโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ขวางฮุบที่ป่า 100 ไร่ จนกลุ่มผู้เสียประโยชน์เกิดความแค้น ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มนายทุนบุกรุก และแผ้วถางพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อเตรียมนำไปขาย แต่เมื่อเกิดสำนักปฏิบัติธรรม และโครงการปลูกป่า ทำให้นายทุนไม่สามารถขายที่ดินได้ หากเอ่ยชื่อ พระครูบาเหนือชัย โฆสิโต เจ้าอาวาสสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย หลายคนคงส่ายหน้าอย่างงงๆ เพราะไม่ใคร่คุ้นชื่อ แต่ถ้าบอกว่าพระรูปนี้ คือ "พระขี่ม้า อันซีนไทยแลนด์" ที่ออกบิณฑบาตโดยใช้ม้าเป็นพาหนะเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ชาวเขาในพื้นที่สูง ก็เชื่อว่า น่าจะถึงบางอ้อกันมากขึ้น เพราะสื่อทีวีหลายช่องได้ถ่ายทำมาให้รับชมกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่กี่วันก่อน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พระครูบาเหนือชัย ก็ตกเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นข่าวร้าย เมื่อพระรูปดังกล่าวถูก "มือมืด" มาดักยิงถึงวัด โชคดีที่กระสุนด้านเสียก่อนเลยรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด !!! รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในสำนักปฏิบัติธรรม ก่อนจะเดินไปยังกุฏิของพระครูบาเหนือชัย ขณะนั้นพระครูบาได้ตื่นขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันตามปกติ และเข้าห้องน้ำ ซึ่งแยกจากตัวกุฏิ เมื่อได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดใกล้กับกุฏิ พระครูบาเหนือชัย จึงตะโกนถามว่าใคร แต่ไม่มีเสียงตอบ เกรงว่าจะมีคนมาลอบทำร้าย จึงส่งสัญญาณเป็นรหัสลับเฉพาะคนใกล้ชิด แต่ก็ยังเงียบอีก ก่อนจะได้ยินเสียงลั่นไกปืนดังขึ้นถึง 3 ครั้ง แต่กระสุนด้าน ยิงไม่ออก ชายลึกลับพยายามเรียกให้พระครูบาออกมา แต่ไม่เป็นผล จึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปในเวลา 02.00 น. ต่อมา มีกระแสข่าวว่า ผู้ก่อเหตุ คือ "อดีตกำนัน" คนหนึ่งใน อ.แม่จัน เนื่องจากเข้าใจว่า พระครูบาเหนือชัย แจ้งให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาตรวจสอบกรณีพื้นที่ป่า ถูกกลุ่มนายทุนแผ้วถางเพื่อนำไปขาย จากนั้นอดีตกำนันคนดังกล่าวได้เข้าพบกับตำรวจ และยอมรับว่า เป็นคนที่บุกเข้าไปในวัด และมีความขัดแย้งกับทางวัดบ้าง แต่ไม่ได้มีความพยายามที่จะฆ่าพระครูบาเหนือชัย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ "เมาสุรา" เท่านั้น และยินยอมที่จะยุติเรื่องราวทั้งหมด !? ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พระเณรภายในสำนักปฏิบัติธรรมต่างพากันหวาดผวาอย่างหนัก ในช่วงตี 2 ของทุกวัน ปกติจะต้องตื่นขึ้นมาปฏิบัติธรรม และออกบิณฑบาตในตอนเช้า แต่วันนี้พระหลายรูปไม่กล้าที่จะออกบิณฑบาต เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย ลูกศิษย์วัดรายหนึ่ง ลำดับเส้นทางขัดแย้งที่นำมาสู่เหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ชนวนความขัดแย้งทั้งหมดเกิดจาก "ที่ดิน" เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของสำนักปฏิบัติธรรม และป่าต้นน้ำโดยรอบ ต่อมา สำนักบริหารจัดการพื้นที่ป่าที่ 15 จ.เชียงราย ได้จำแนกให้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิใดๆ ได้ และป่าต้นน้ำในส่วนนี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นกว่า 400 ไร่ จากนั้นพื้นที่ทั้งหมดถูกกำหนดให้เข้าอยู่ใน "โครงการปลูกป่าโพธิ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 60 ปี" จึงทำให้นายทุนบางกลุ่มเสียประโยชน์ ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มนายทุนบุกรุก และแผ้วถางพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อเตรียมนำไปขาย แต่เมื่อเกิดสำนักปฏิบัติธรรม และโครงการปลูกป่าทำให้นายทุนไม่สามารถขายที่ดินได้ จึงบังคับขายที่ดินที่มิใช่ของตัวเองให้แก่สำนักปฏิบัติธรรมในราคาไร่ละ 35,000 บาท รวมมูลค่า 3.5 ล้านบาท แต่เมื่อพระครูบาเหนือชัยไม่ยินยอม จึงเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง !?!? นอกจากนี้ ลูกศิษย์วัดคนเดิมก็บอกด้วยว่า การกระทำครั้งนี้ของอดีตกำนันไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเมาสุราก็มักจะเข้ามาอาละอาด และข่มขู่พระในวัดเป็นประจำ แต่ก็ไม่มีใครกล้ายุ่ง ขณะที่ พ.ต.อ.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผกก.สภ.อ.แม่จัน ระบุว่า มีความขัดแย้งในที่ดินผืนดังกล่าวจริง เพราะพระครูบาเหนือชัยเข้าไปสร้างสำนักปฏิบัติธรรมทับที่ของทุนที่บุกรุกป่า ความคืบหน้าของคดีล่าสุด อดีตกำนันคนดังกล่าวรับปากว่าจะยุติเรื่องทั้งหมดแล้ว กระนั้น การดำเนินคดีของตำรวจก็ไม่ได้ทำให้พระในวัดสบายใจขึ้นแม้แต่น้อย เพราะนอกจากอดีตกำนันคนดังกล่าวแล้ว ยังมีนายทุนอีกสองรายที่เสียประโยชน์เช่นกัน นับเป็นเรื่องน่าแปลกที่พฤติกรรมการบุกรุกทำลายป่าถือเป็นความผิดขั้นพื้นฐานของนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลของรัฐบาล แต่ในความเป็นจริง กลุ่มคนเหล่านี้ก็ยังลอยนวล แถมยังอยู่อย่างสุขสบายบนความพินาศของสาธารณสมบัติของชาติต่างหาก จากรูปการณ์ที่เห็น และเป็นอยู่ ณ ปัจจุบันจึงนับว่า สถานการณ์การบุกรุก และทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเมืองไทยมิได้ลดลงแม้แต่น้อย แต่ที่ไม่ค่อยปรากฏข่าวมากนักก็เพราะอำนาจบารมีของ "ผู้มีอิทธิพล" ที่ยังคงมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ และชีวิตของนักอนุรักษ์ หรือแม้กระทั่ง "พระนักอนุรักษ์" ก็ยังคงเสี่ยงต่อการคุกคามด้วยอำนาจเถื่อนอยู่ทุกวัน ดังเช่นคดีสังหาร นายเจริญ วัดอักษร แกนนำนักอนุรักษ์หินกรูด-บ่อนอก หรือคดีสังหาร พระสุพจน์ สุวจโน พระนักอนุรักษ์ป่าแห่งสำนักปฏิบัติธรรมเมตตาธรรม ใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่วนบทบาทของพระครูบาเหนือชัย นอกจากจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้วก็ยังมีบทบาทของการเป็น "นักอนุรักษ์" เช่นกัน แต่โชคยังดีอยู่บ้างที่ยังรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ได้ !!!
|
|
|
|
|
Bangpare Police Station


